Home » ท่องเที่ยวญี่ปุ่น » Digital Art Museum เที่ยวโอไดบะ บอกเลย”ต้องไป” by TeamLab Borderless

Digital Art Museum เที่ยวโอไดบะ บอกเลย”ต้องไป” by TeamLab Borderless

Digital Art Museum เที่ยวโอไดบะ บอกเลย”ต้องไป” by TeamLab Borderless

            Digital Art Museum แหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ ในย่านโอไดบะ ที่ขอบอกว่า “สนุกมากก” จากประสบการณ์จริงๆ ใครที่ยังไม่เคยมา หรือว่ามีแพลนจะมาเที่ยวญี่ปุ่น บอกเลยขอให้ปักหมุดไว้ มีโอกาสเมื่อไหร่ ก็ให้รีบจองตั๋ว .. เพราะชื่อเสียงเรื่องคุณภาพความมันส์ และการันตีความติส นี่ทำให้ตั๋วหมด อดเข้าชมกันมาหลายรายแล้วนะ

Digital Art Museum

ขึ้นชื่อว่าเป็น พิพิธภัณฑ์งานศิลป์แบบดิจิตอล หรือ Digital Art Museum แต่ขอบอกเลยว่า มันไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด แถมเป็นการเปิดโลกจินตนาการ ให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ได้ตื่นเต้น (เด็กๆนี่ไม่ต้องพูดถึง .. ลูกจ๋าออกกันเถอะ แม่จะไปช้อป 555 ) อย่างเช่น เข้ามาที่นี่ ก็จะไม่มี Map หรือแผนที่บอกกล่าว ต้องเดินทางนี้ เดินทางนั้น สกัดกั้นอิสระ!! .. ดังนั้นอยากเดินทางไหน ก็ไปตามใจฉัน ซึ่งมันจะเชื่อมต่อกันหมด.. แต่อันนี้ ผมขอรีวิวตามที่ผมไปแล้วกันนะ

เข้ามาปุ๊บ ขอไปมุ้งมิ้งที่ Butterfly House ห้องที่เมื่อเราเข้าไปยืนเฉยๆแล้ว ก็จะมีดักแด้ผีเสื้อ เกิดขึ้นที่ตัวเราด้านหลัง พอมันโตขึ้นก็จะกลายเป็นผีเสื้อ บินไปรอบๆห้อง (รูปซ้าย) ซึ่งพอออกจากห้องนี้มา ก็จะเป็น Flower Forest ป่าของดอกไม้ ซึ่งบอกได้ว่าอลังจริงๆ ดอกไม้ตามฤดู จะบานทั่วทั้งผนัง และพื้นห้อง มองไปทางไหนก็สวย (ตรงนี้อาจเหมือนเขาวงกตนิดๆ หาทางไปต่อให้เจอละ่ 555)

Light Sculputre Space โซนนี้เข้ามา นึกว่าอยู่ฮอลคอนเสิรต์ แสงสีขาว เป็นลำพวยพุ่งเคลื่อนไหวตามจังหวะ ก่อให้เกิดมิติ และรูปทรง บอกตรงๆว่าเจ๋ง

Memory of Topography ห้องกว้างๆ ที่เต็มไปด้วยกิ่งก้าน เหมือนใบบัว แต่เป็นสีขาว ให้เราเดินเข้าไปในทุ่งนั้น แล้วมันก็จะมีเรื่องราว ต่างๆฉายออกมา ไม่ว่าจะเป็น ฤดูต่างๆ ทั้งฝน หรือใบไม้เปลี่ยนสี มีสิ่งมีชีวิต เช่น หิ่งห้อย ยืนดูอยู่ตรงนั้น มันก็จะเหมือนตั้ง Timelapse ไว้ .. สิ่งรอบตัวจะหมุนเวียนไปของมันเอง

Digital Art Museum

Lamp Forest  จุดนี้เป็นจุดพีค ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยที่สุดใน Digital Art Musejm กับห้องตะเกียงไฟ ที่ห้อยลงจากเพดาน โดยจะระดับไว้ไม่เท่ากัน ซึ่งไม่ว่าจะมองจากด้านไหน ก็เหมือนมันยาวไกลสุดลูก หูลูกตา เพราะว่าห้องถูกล้อมรอบด้วยกระจก .. สมเป็นConcept “Borderless” จริงๆ (ถ้าคนเยอะอาจจะต้องต่อแถว เข้าชมห้องนี้)

Crystal World สายไฟระยิบระยับ เป็นแท่งที่ห้อยจากเพดาลงมา เหมือนกับว่าหลุดมาอยู่อีกโลก (รูปซ้าย) Floating Nest (รูปขวา)ห้องนี้ก่อนจะเข้า บอกเลยต้องเช็คกระเป๋าเอาของ ออกจากกางเกง เพราะเราต้องไปนอน อยู่บนรัง เหมือนในแมงมุม ดูงานศิลปะบนเพดาน ซึ่งจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

Digital Art Museum

Universe of Water Particles on a rock ห้องโถงใหญ่ที่มีโขดหิน อยู่ตรงกลาง ใครเห็นความแปลกใหม่ บอกได้ต้องสตั้นไปสัก 5 วิ .. หลังจากนั้นก็จะเซลฟี่ ถ่ายๆๆๆ สนุกกันไปสวยจริงๆ .. อนึ่งในห้องนี้นั้น ผนังห้องข้างๆ จะมีตัวอักษรคันจิ ร่วงลงมา ซึ่งเมื่อเวลาเราไปแตะตรงตัวอักษรนั้น มันก็จะกลายเป็น รูปตามความหมายของ อักษรนั้นๆ เช่น 鳥 นก, 雷 สายฟ้า เป็นต้น อย่าลืมลองแตะกันนะ

Digital Art Museum

โซนต่อไป ที่ไม่อยากให้พลาดก็คือ  Athletic Forest อันนี้ต้องเดินขึ้นไปอีกชั้น ซึ่งชั้นนี้ จะไม่ให้คนใส่ส้นสูง หรือ รองเท้าแตะเข้าไปทำกิจกรรมในบางส่วน เพราะมันจะมีโซนที่ต้องเดินบน ทางที่เป็นนิ่มๆ คล้ายผิวลูกโป่ง ลูกบอล  โดยเค้าจะมีรองเท้าให้ยืมต่างหาก สำหรับคนที่ไม่รู้ …โซนนี้เด็กๆทั้งหลาย วิ่งเล่นได้เยอะ มีกิจกรรมปีนป่าย กระโดดไปมา ด้านในจะมีลูกโป่งยักษ์ ซึ่งเมื่อเราแตะ ลูกโป่ง สีมันก็จะเปลี่ยน ถ้าเราผลักให้ลูกโป่งนั้นสัมผัสกัน สีมันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ …

ส่วนห้องด้านใน (อันนี้ชอบ) จะเป็นห้องที่มีสิ่งของวางไว้ ตามโต๊ะ ตามผนัง ให้เราย้ายของเหล่านั้นเล่น  พอย้ายปุ๊บ ตุ๊กตาดิจิตอล คนแคระ หรือตัวการ์ตูนต่างๆ ก็จะทำปฏิกริยา กับของ กับสถานที่ตามที่เราแพลน อยากให้มันเป็น … พูดง่ายๆ คือ มาเล่นสร้างบ้าน สร้างเมือง กันได้ที่นี่

Digital Art Museum

ที่เล่ามานี่ยังไม่หมดนะ นอกนั้นก็จะมี En Tea House แล้วก็ Sketch Aquarium โซนที่ให้เรา ไประบายสี วาดรูป แล้วเอารูปไปสแกน … รูปที่เราระบายสี ก็จะไปมีชีวิตจริง บนฝาผนัง ซึ่งจำลองเป็นโลกใต้ทะเลอีกด้วย … เล่ามาเยอะ นี่ไม่ใช่อะไร? เพราะกลัวจะไปกันไม่ครบ  555

สถานที่ : Digital Art Museum

วันและเวลาทำการ : จันทร์ – พฤหัส,อาทิตย์ เปิด 10:00 – 19:00 น. / ศุกร์-เสาร์ & วันหยุดราชการ เปิดถึง21:00น. (ช่วงหน้าร้อน 1 สิงหา – 2 กันยา เปิดถึง 22:00 น. ทุกวัน)

●ต้องเข้าด้านใน ก่อนเวลามิวเซียมปิดทำการ 1 ชั่วโมง

●หยุดทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 2 & 4 ของเดือน

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (อายุ15ปีขึ้นไป) 3,200 เยน /เด็ก (4-14ปี) 1,000 เยน/3 ขวบลงไป เข้าฟรี เช็คซื้อตั๋วได้ที่นี่ ➡︎ Click

สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด : เดินประมาณ 5 นาที จาก (ทางเข้าอยู่แถวชั้น2 ใต้ชิงช้าสวรรค์)

● สถานี Tokyo Teleport โดย รถไฟสาย Rinkai Line

● สถานี Aomi โดยรถไฟ สาย Yurikamome Line

 เวปไซต์อย่างเป็นทางการภาษาอังกฤษ  : TeamLab

Comments

comments