Home » ข่าวและเรื่องราวญี่ปุ่น » พนักงานJRชาวญี่ปุ่น โกงเงินค่าตั๋วรถไฟ หลอกเงินนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ระวังนะ!

พนักงานJRชาวญี่ปุ่น โกงเงินค่าตั๋วรถไฟ หลอกเงินนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ระวังนะ!

พนักงานJRชาวญี่ปุ่น โกงเงินค่าตั๋วรถไฟ หลอกเงินนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ระวังนะ!

      พนักงานJRชาวญี่ปุ่น ทำเรื่องที่ไม่น่าจะเกิด ให้เกิดขึ้น แถมสร้างความเสื่อมเสีย และทำลายชื่อเสียง ของพนักงาน ที่ขายตั๋วรถไฟชาวญี่ปุ่นทั้งบริษัท ( โดยเฉพาะบริษัทรถไฟ JR ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ ) เนื่องจาก ความซื่อสัตย์ ของชาวญี่ปุ่นนั้น ต่างเป็นที่เลื่องลือ และไว้ใจ ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ … (ที่อยากเอาข่าวนี้มาบอก มาเตือนไว้ ก็เพราะว่า ไม่ว่าสังคมไหน ก็มีทั้งคนดีและไม่ดี อันนี้อยากให้ระวัง

พนักงานJRชาวญี่ปุ่น

เรื่องของเรื่องก็คือ พนักงาน JR (Central Japan Railway Company) ชายชาวญี่ปุ่น อายุ 20 ปี ซึ่งทำหน้าที่ ขายตั๋วรถไฟอยู่ที่ สถานีโอซาก้า หลอกโกงเงิน ค่าตั๋วรถไฟ จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาซื้อตั๋วที่สถานี รวมมูลค่า ที่โกงไป ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ถึงเดือนนี้ รวมแล้วกว่า 100,000 เยน

พนักงานJRชาวญี่ปุ่น

วิธีกลการโกงก็คือ พนักงานจะแอบออกตั๋วเกินไป 1 ใบ จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาซื้อ เช่น ถ้านักท่องเที่ยวมา 5 คน ขอจองตั๋ว 5 ใบ  พนักงานขี้โกงคนนี้ ก็จะออกตั๋ว 6 ใบ เก็บเงินลูกค้าในราคาตั๋ว 6 ใบ .. แต่จริงๆแล้วให้ตั๋วลูกค้าแค่ 5 ใบ ซึ่งลูกค้าก็จะไม่รู้ ถ้าไม่เช็คราคามาก่อน หรือไม่ตรวจสอบให้ละเอียด (ระหว่างราคาหน้าตั๋ว และราคารวม)  … ส่วนตั๋วใบที่ 6 อีกใบนึงนั้น พนักงานจะแอบเก็บไว้กับตัวเอง

พนักงานJRชาวญี่ปุ่น

ซึ่งเมื่อลูกค้าจ่ายเงินเสร็จ และกลับออกไปแล้ว หลังเลิกงาน พนักงานคนนี้ก็จะเอาตั๋ว ออกไป Refund ขอเงินคืนที่สถานี หรือ ร้านขายตั๋วราคาถูก โดยที่สามารถสอบสวนเอาความได้ พบหลักฐานการคืนเงิน ทั้งหมด 7 ครั้ง เป็นเงินกว่า 100,000 เยนตามที่กล่าว (ความแตกเพราะมีลูกค้าเช็ค แล้วไปสอบถามกับสถานี)

พนักงานJRชาวญี่ปุ่น

อนึ่งผู้ต้องหา ได้รับสารภาพว่า เงินที่ได้มาเอาไปใช้ ซื้อของ Shopping  โดยจะเลือกเหยื่อ ที่เป็นชาวต่างชาติ ที่สื่อสารไม่ค่อยรู้เรื่อง … สุดท้ายทางJR ได้ออกมาขอโทษ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  โดยแถลงว่า จะจัดมาตรการอบรม แก่พนักงาน ให้เข้มงวดขึ้นมากกว่านี้ ส่วนพนักงานคนนี้ ก็ได้ถูกบังคับให้ใช้เงิน ที่โกงชาวต่างชาติไป คืนแก่บริษัท และถูกไล่ออกจากบริษัทแล้ว

อ้างอิง : NHK

Comments

comments